มารู้จัก TMJ Disorder กันเถอะ

posted on 17 Jun 2009 23:48 by seiyuuhime

พยายามหาข้อมูลที่เป็นภาษาไทย.....แล้วก็อปมาแปะ.......

(ภาษาอังกฤษแอบขี้เกียจแปลอ่ะ) ขอโทษด้วยค่ะ....

เรื่องราวกับ TMJ Disorder เจ้าโรคที่เราเป็น

แล้วหมอให้เครื่องมือมาเล่น...มารักษาอ่ะค่ะ....

ที่หามาได้....มีดังนี้..............

 

Temporomandibular joint disorder หรือ TMJ เป็นอาการเจ็บปวดที่เกิดจากข้อต่อ ซึ่งเชื่อมโยง

ระหว่างกระดูกขากรรไกร กับกระโหลกศรีษะ อาการ TMJ ยังหมายรวมไปถึงกล้ามเนื้อและเนื้อเยื้อ

บริเวณที่เกี่ยวข้องอีกด้วย

สาเหตุและปัจจัย

อาการปวดด้วย TMJ ยังไม่เป็นที่เข้าใจอย่างแน่ชัด แต่แพทย์เข้าใจว่าเป็นอาการที่เกี่ยวข้องกับ

ความระคายเคืองของข้อต่อ (Joint) ที่เชื่อมต่อระหว่างส่วนหลังของกระดูกขากรรไกรกับ

กระโหลกศรีษะ

ข้อต่อส่วนนี้จะอยู่ด้านหน้าของใบหู เราสามารถรู้สึกได้จากการขยับขากรรไกรขึ้นลง

ผู้มีอาการของ TMJ จะมีอาการหลายๆ อย่าง เช่น ได้ยินเสียงลั่นของข้อต่อเมื่อขยับกระดูกขา

กรรไกรขึ้นลง ปวดศรีษะ ปวดกระดูกขากรรไกร กระดูกขากรรไกรค้าง อ้าปากกว้างไม่ได้ ปวด

บริเวณหลังกระบอกตา ปวดและร้าวไปจนถึงบ่า คอ และหลัง ปวดแปล้บๆ บริเวณกล้ามเนื้อที่ใช้ใน

การเคี้ยวอาหาร

นอกจากนี้ อาการต่อไปนี้อาจนับรวมเป็นอาการของ TMJ เอง หรืออาจจะเป็นสิ่งกระตุ้นให้เกิด

อาการของ TMJ ก็ได้ ได้แก่ เวียนศรีษะ ปวดภายในหู รับฟังเสียงได้ไม่ีชัดเจน มีเสียงดังภายในหู

อาการโลกหมุนเมื่อเปลี่ยนอิริยาบทเร็ว ความสามารถในการเห็นแย่ลง

สาเหตุที่แท้จริงของ TMJ ยังเป็นที่ถกเถียงกันในหมู่แพทย์ แต่จากสถิติพบว่า 99% ของผู้ป่วยด้วย

TMJ เป็นเพศหญิงซึ่งมีอาการตั้งแต่ในวัยเด็ก ในหลายๆ กรณี TMJ มีความสัมพันธ์กับกิจกรรม

หลายๆ อย่าง ได้แก่ กิจกรรมที่ทำให้ศรีษะมีตำแหน่งผิดไปจากปกติ เช่น ใช้ศรีษะหนีบโทรศัพท์ไว้

บนบ่า, นิสัยกัดฟัน, นิสัยผิดปกติในการใช้ปาก เช่น หาวแบบอ้าปากกว้างเกินปกติ นิสัยชอบเคี้ยว

อาหารบ่อยๆ, การใช้งานมากเกินไปหรืออาการช็อคเกร็งของกล้ามเนื้อส่วนที่ใช้เคี้ยวอาหาร, บุ

คคลิกภาพที่ไม่ดีต่างๆ เช่น ท่านั่งที่ผิดปกติ เป็นต้น

สาเหตุอื่นๆ ของ TMJ ได้แก่ ความผิดปกติในการรับรู้ ถึงความเจ็บปวดบริเวณข้อต่อ หรือกล้าม

เนื้อที่ใช้ในการบดเคี้ยวอาหาร, โครงสร้างของข้อต่อผิดปกติต่อตั้งแต่แรกเกิด, ความผิดปกติภาย

ในช่องปาก เช่น ระบบรากฟัน การถอนฟัน การได้รับบาดเจ็บหรือเป็นโรค ที่มีผลกระทบต่อกล้าม

เนื้อบริเวณนั้น การไม่สบกันดีของกระดูกขากรรไกรกับฟัน, และสุดท้าย ...ความเครียด

การป้องกัน

การป้องกันไม่ให้เกิดอาการ TMJ บางครั้งก็ทำไม่ได้ อย่างไรก็ตาม คำแนะนำต่อไปนี้อาจช่วยหลีก

เลี่ยงหรือบรรเทาอาการของ TMJ ได้ คือ

หลีกเลี่ยงอริยาบทไม่เหมาะสมบางอย่างในขณะทำงาน พยายามจัดโต๊ะและสถานที่ทำงานให้เอื้อ

ต่อการทำงาน หรือง่ายต่อการทำงาน เช่น จัดหาหูฟังโทรศัพท์แบบครอบศรีษะ (Headset) มาใช้

แทนการหนีบด้วยศรีษะ

แก้ไขพฤติกรรมภายในช่องปากให้ถูกต้อง เช่น ควบคุมไม่ให้กัดฟัน หรือไม่หาวกว้างๆ, ใช้เครื่อง

มือทางทันตกรรมเพือแก้ไขความผิดปกติของข้อต่อ หรือเพื่อเลิกนิสัยกัดฟัน เป็นต้น

วิธีรักษา

แพทย์จะตรวจสอบประวัติการรักษาทางการแพทย์ของผู้ป่วย และให้ทำแบบทดสอบสมถภาพของ

ร่างกาย เพื่อตรวจให้พบถึงอาการของ TMJ การตรวจเลือดและเอ็กเรย์เป็นอีกขั้นตอน เพื่อให้แน่ใจ

ว่าจะไม่มีโรคอื่นๆ ที่จะทำให้อาการ TMJ เลวร้ายมากขึ้น อย่างไรก็ตาม การทดสอบเพียงครั้งเดียว

ไม่สามารถยีนยันความชัดเจนของโรคได้ ดังนั้น แพทย์อาจเอ็กเรย์ทางด้านทันตกรรมร่วมด้วย

เพื่อใช้ประกอบการวินิจฉัยโรค

หากการปล่อยให้มีอาการ TMJ เป็นนานๆ โดยไม่ได้รับการรักษาก็คือ โครงสร้างและรูปร่างของข้อ

ต่อจะผิดรูปไป หากอาการของ TMJ มีสาเหตุจากความไม่สบกันดีระหว่างกระดูกขากรรไกรและฟัน

ผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวก็คือ ความเจ็บปวดทรมานที่เกิดจากอาการ TMJ ที่

แสดงออกอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน เนื่องจากอาการของ TMJ เกิดจากความผิดปกติในข้อต่อ

และกล้ามเนื้อ จึงไม่ติดต่อไปถึงคนรอบข้าง

ปัจจุบันแพทย์รักษาดังนี้

ขั้นตอนแรก คือการค้นให้พบถึงอริยาบทที่ทำให้อาการทรุดหนักขึ้น เข่น นิสัยกัดฟัน ซึ่งผู้ป่วย

หลายๆ คนไม่รู้ตัวว่ามีพฤติกรรมนี้ วิธีการรักษาเบื้องต้นได้แก่ การรักษาด้วยความร้อนและความ

เย็น, นวด, ใช้ยาเพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อ, ยาแก้ปวด, รักษาทางกายภาพ (Physical therapy) เช่น

การออกกำลังเบาๆ ที่กระดูกขากรรไกร, รักษาเพื่อให้ผ่อนคลาย (Relax therapy), การทานอาหาร

อ่อนๆ เพื่อบรรเทาโดยเคี้ยวอาหารได้ง่ายขึ้น และการควบคุมความเครียด

ขั้นต่อไป หากวิธีข้างต้นไม่ประสบผลสำเร็จ อาจต้องส่งต่อให้ทันตแพทย์ที่เชี่ยวชาญด้าน TMJ

เป็นผู้รักษาต่อ ทันตแพทย์อาจใช้เครื่องมือควบคุมวิธีเคี้ยวของผู้ป่วย ในบางกรณีที่เป็นมาก

แพทย์อาจแนะนำให้ผ่าตัดเพื่อให้ขากรรไกรสบกับฟันอย่างเหมาะสม

หรืออาจผ่าตัดเพื่อเปลี่ยนข้อต่อ

ผลข้างเคียงจากการรักษา

ผลข้างเคียงจากการรักษาขึ้นอยู่กับวิธีการรักษาแต่ละประเภท เช่น ยาบรรเทาปวดอาจทำให้

กระเพาะอาหารปั่นป่วนหรือเกิดภูมิแพ้ ยาผ่อนคลายกล้ามเนื้อจะทำให้ง่วงนอนหรือเกิดภูมิแพ้ ผล

ข้างเคียงจึงขึ้นกับยาที่ใช้รักษา สำหรับการผ่าตัดอาจทำให้เสียเลือด ติดเชื้อ หรือภูมิแพ้ต่อยาชา

นอกจากนี้ การผ่าตัดไม่สามารถรักษา TMJ ได้ทุกกรณี

หากหลังจากรักษาแล้วหากไม่มีอาการของ TMJ อีก ก็ไม่จำเป็นต้องทานยา หรือรับการรักษาอีกต่อ

ไป แต่ผู้ป่วยต้องดูแลตนเองให้ห่างจากปัจจัยเสี่ยงที่อาจนำมาซึ่งอาการของ TMJ ได้อีก เช่น

นิสัยกัดฟัน เป็นต้น

แพทย์จะประเมินผลการรักษา โดยพิจารณาจากอาการหลังการรักษา และตรวจวัดทางกายภาพว่า

มีอาการ TMJ หรือไม่ แพทย์อาจเอ็กเรย์เพื่อตรวจดูอาการหากมีอาการที่แย่ลงหรือมีอาการใหม่ๆ

เกิดขึ้น ผู้ป่วยควรรีบแจ้งอาการดังกล่าวกับแพทย์ที่ให้การรักษา เพื่อที่แพทย์จะได้ปรับเปลี่ยนวิธี

รักษาให้เหมาะกับผู้ป่วยต่อไป
จาก
http://www.malila.com/nutri101.html

แต่ที่เราเอามาอยู่ในเวปของ sanook อ่ะค่ะ....

http://webboard.women.sanook.com/forum/?action=post;topic=2767860.0;num_replies=6

 

นี่ก็เป็นอาการของ TMJ Disorder นะคะ...

ซึ่งสิ่งที่หมอฟันให้เรามาใช้แก้ไขอาการแบบนี้...

นั่นก็คือ....แต่นแต๊นนนน...!!!!! 

เจ้านี่นี่เองค่าาา!!!!

 เมื่อแกะออกมาแล้ว.......เป็นแบบนี้......

 

ในที่สุดก็ได้เจ้าของเล่นใหม่นี่มาใส่......

อืม...วิธีใช้คร่าวๆนะคะ...เค้าให้เอาใส่ไว้ในปาก

(คงคล้ายๆที่ครอบฟันอ่ะเนอะ...) ให้รู้สึกพอดี

แล้วตัวอักษร TMJ อยู่หน้าฟันพอดี......แล้วก็ทิ้งไว้งั้นอ่ะ....

แบบห้ามพูดกับใคร...ใส่ไว้ตอนกลางวัน 1 ชั่วโมงค่ะ....

เราจะใส่ทบเวลาได้....อย่างเช่น อ๊ะ..ใส่ 10 นาที....

เดี๋ยวก็มาใส่ต่ออีก...30 นาทีให้ครบ  1 ชั่วโมงในเวลากลางวัน

อย่างนี้ก็ได้เช่นกันค่ะ....หรือจะใส่ตอนเล่นคอมก็แจ่ม)

แล้วก็ใส่ก่อนนอน....ทิ้งไว้ทั้งคืนเลยนะคะ

(เพื่อกันการกัดฟันตอนนอน) เราอาจจะนอนหลับไม่สนิทช่วงแรก

แต่ไม่เป็นไรค่ะ....สบายๆ อย่าคิดมาก

ถ้าตื่นมาแล้วมันหลุดจากปาก ก็โอเค...ไม่เป็นไรนะคะ...

ผลของการใส่นอนตลอดทั้งคืน......

ตื่นมาเมื่อยกรามเลยอ่ะ...หงิง....แต่ก็ต้องทนน่ะเน้อ....

นี่ก็เป็นการรีวิวคร่าวๆของเจ้าของเล่น

ที่ช่วยในการจัดรูปแบบโครงหน้าเรา ขากรรไกรเราได้

ซึ่งตรงนี้ต่างกับการจัดฟันนะคะ...ไม่เหมือนกัน...อย่าเข้าใจผิดค่ะ...

เอาไงดีอ่ะ...จบไม่ลง....งั้น จบดื้อๆเลยแล้วกัน..

บ๊ะ บายคร่าาา......

อ้อๆๆๆ การทำแบบนี้กว่ารูปแบบของปากเราจะเปลี่ยนแปลงได้

ต้องใช้เวลาเป็นปีนะคะ...(บอกไว้ก่อนนะเด้อ...)

ลาค่ะ...จุฟ........

อ๊ะๆๆ....อีกนิดๆ...สิ่งที่ต้องทำเวลาใส่...ปากของเรา....

จะต้องปิดสนิทนะคะ...มันถึงจะใช้ได้ผล.....

จะมาเผยอๆปาก...ไม่ได้น้าาา.....

แล้วก็!!! ช่วงใส่แรกๆ...น้ำยายยยไหยยยย เยอะ...ดีทีเดียว...เอิ๊กๆๆ

จบจริงแล้ว!!!

 

 

edit @ 17 Jun 2009 23:52:42 by Seiyuuhime

Comment

Comment:

Tweet

#4 By (27.55.129.129|27.55.129.129) on 2015-04-30 13:46

อ่านจบก็เก่งแล้วจ้าหนูแนนเอ้ย....หุหุsurprised smile

#3 By Seiyuuhime on 2009-06-22 01:53

แค่อ่านก็เมื่อยแย้วง่ะ ฮือออ

#2 By Gah-zei Yuile on 2009-06-21 10:20

เหมือนใส่รีเทนเนอร์นอนรึเปล่าหว่า
หลังๆคงชินแหละค่า~

#1 By น้องยุ้ย_Eroi*2 on 2009-06-18 08:31